ปรึกษาการชี้แจงข้อกล่าวหา 
โทรปรึกษา ฟรี  088-584-5669
ไม่ต้องแจ้งชื่อและสังกัด
09-19.00น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุด   
 
 

สาระทางวินัย

สถิติผู้เข้าชม

089384

สอบละเมิด

สอบละเมิด คืออะไร

"สอบละเมิด"ในที่นี้คือการสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 โดยการสอบละเมิดนี้จะมีเงื่อนไขแห่งการเกิดกระบวนการสอบละเมิดได้ต่อเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่หน่วยงาน และมีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายนั้นเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ผู้ถูกสอบละเมิด 

"ชี้แจงสอบละเมิด" ในที่นี้หมายถึง"การชี้แจงข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่" ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่หรือสอบละเมิดที่ให้โอกาสแก่เจ้าหน้าที่ผู้ถูกสอบละเมิดทำการโต้แยงข้อกล่าวหาและแสดงพยานหลักฐานเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตน รวมทั้งการโต้แย้งแสดงถึงความบกพร่องของหน่วยงานหรือระบบงานที่มีส่วนทำให้เกิดการความเสียหายนั้น

 ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

10 วิธีชี้แจงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

     ส่วนใหญ่แล้วผู้ถูกกล่าวหาในการสอบละเมิดมักกังวลว่าจะตั้งรูปเรื่องชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างไร รวมทั้งจะวางแนวทางคดีอย่างไร เพื่อให้เกิดผลดีแก่รูปคดีฝ่ายตนเพราะหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการสอบละเมิดมิได้กำหนดรูปแบบและวิธีการในเรื่องการชี้แจงข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไว้เป็นการเฉพาะ  ดังนั้น เพื่อเป็นพื้นฐานในการจัดทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงทางละเมิด วินัย.com ใคร่อนุญาตขอแนะนำขั้นตอนง่ายๆในการเขียนหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด แบบตัดองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย  ซึ่งในที่นี้คือฐานความผิดทางละเมิด ที่ท่านสามารถฝึกทำได้เอง ดังนี้

  1. เตรียมความรู้ความเข้าใจในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามระเบียบ กฎหมาย หรือหนังสือสั่งการที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำละเมิดต่อหน้าที่ เพื่อเป็นพื้นฐานในการเขียนชี้แจงข้อเท็จจริงในลำดับถัดไป ตัวอย่างเช่น ความรู้ตามระเบียบพัสดุเมื่อเกิดการละเมิดในกระบวนจัดซื้อจัดจ้าง การประมาณราคากลาง หรือการตรวจรับ  เป็นต้น
  2. จัดเตรียมเอกสารพยานหลักฐานตามรูปเรื่องที่ถูกกล่าวหา และถ้าเป็นไปได้ควรเตรียมพยานหลักฐานตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการสอบสวนข้อเท็จจริงทางละเมิดตามที่กรมบัญชีกลางหรือหน่วยงานของท่านกำหนด ในแต่ละกรณี เช่น กรณีทุจริตทางการเงินหรือทรัพย์สิน กรณีคนร้ายกระทำโจรกรรม กรณียานพาหนะเกิดอุบัติเหตุสูญหาย กรณีอาคารสถานที่ถูกเพลิงไหม้ หรือกรณีภัยธรรมชาติ เป็นต้น
  3. ก่อนเขียนคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาซึ่งมีที่มาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในเรื่องใดๆก็ตาม ให้ท่านตรวจสอบก่อนว่าท่านมีหน้าที่ราชการหรือได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ หากไม่มีหน้าที่ราชการหรือได้รับการแต่งตั้งในเรื่องที่ถูกกล่าวหา ให้ท่านเขียนคำโต้แยงเหตุดังกล่าวไว้ในลำดับแรกของคำชี้แจงฯเสมอ
  4. การเขียนชี้แจงข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด (อย่างง่าย) ด้วยวิธีการชี้แจงแบบตัดองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย ในที่นี้คือฐานความผิดเรื่องละเมิด ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ซึ่งบัญญติไว้ว่า"ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ   ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย  ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี ............ทรัพย์สินก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น"  ทั้งนี้ ตัวหนังสือสีแดง น้ำเงิน และเขียว ที่แสดงไว้ข้างต้นคือองค์ประกอบความผิดทางกฎหมายทั้งสามประการของ"วงจรละเมิด" ดังนั้น ในการเขียนชี้แจงฯแบบปฏิเสธความรับผิด อย่างง่ายที่ท่านสามารถฝึกหัดทำได้ด้วยตนเอง คือการนำองค์ประกอบความผิดทั้งสามสีข้างต้น มาดัดแปลงเป็นกรอบการเขียนคำชี้แจงฯ ซึ่งจะได้รูปแบบกว้างๆ ดังนี้    
  5. "ข้าฯมิได้ จงใจ หรือประมาทเลินเล่อ ในการปฏิบัติหน้าที่..(อยู่เวร,ตรวจรับ,ประมาณราคากลาง,ควบคุมลูกน้องผู้ทุจริต ฯลฯ) กระทั่งเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานตามบันทึกหรือเอกสารการแจ้งข้อกล่าวหาทางละเมิดฉบับลงวันที่.................... กล่าวคือ.................."  (ให้อธิบายพฤติกรรมการกระทำของท่านที่ไม่ได้ทำการประมาทในเรื่องอยู่เวร,ตรวจรับ,ประมาณราคากลาง,ควบคุมลูกน้องผู้ทุจริต ฯลฯโดยยึดเค้าโครงคำชี้แจงตามตามขั้นตอน หลักเกณฑ์ หรือระเบียบ กฎหมายที่หน่วยงานกำหนดในเรื่องนั้นๆ)  จากนั้นให้ทำการอธิบายถึงพฤติการณ์แวดล้อมต่างๆที่มีส่วนสนับสนุนหรือสื่อให้ผู้สอบสวนเห็นถึงการกระทำที่ไม่ประมาทของท่าน (หากมี)  รวมทั้งเขียนนำเสนอพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนคดีเพื่อสนับสนุนคำชี้แจงฯของท่าน (จำเป็นต้องมี) ซึ่งการชี้แจงฯในส่วนนี้จะเป็นการชี้แจงเพื่อมุ่งเน้นให้ผู้สอบสวนทราบว่าวิสัยและพฤติการณ์การกระทำของท่าน เบี่ยงเบนไปจากเกณฑ์มาตรฐานตามที่ระเบียบ กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพียงใด     
  6. "ข้าฯขอเรียนว่าพฤติกรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าฯดังกล่าว เป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตาม ขั้นตอน หลักเกณฑ์ หรือระเบียบ กฎหมายที่หน่วยงานกำหนด ในเรื่องอยู่เวร,ตรวจรับ,ประมาณราคากลาง,ควบคุมลูกน้องผู้ทุจริต ฯลฯ กล่าวคือ..................." (ให้อธิบายขั้นตอน หลักเกณฑ์ ตามระเบียบกฎหมายต่างๆ ว่ามีขั้นตอน หลักเกณฑ์กำหนดให้ทำเพียงใด จากนั้นให้เขียนชี้แจงให้เห็นว่าท่านได้ปฏิบัติครบถ้วนตามขั้นตอนหรือหลักเกณฑ์นั้นแล้ว ตัวอย่างเช่น การอยู่เวร ให้ท่านชี้แจงว่ารายละเอียดแนบท้ายคำสั่งที่กำหนดให้ท่านทำสิ่งใดในระหว่างอยู่เวร  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจะการกำหนดเรื่องการรายงานเหตุผิดปกติและการนอนในขณะอยู่เวร ซึ่งท่านก็นำมาเขียนชี้แจงว่าคำสั่งอยู่เวรดังกล่าวกำหนดให้ทำสิ่งใดบ้าง และท่านได้ทำครบถ้วนแล้วหรือไม่ ซึ่งการชี้แจงในข้อสองนี้เป็นส่วนสำคัญที่สุด เพราะหากท่านทำครบตามขั้นตอนหรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ส่วนใหญ่แม้จะมีความเสียหาย แต่ความเสียหายนั้นจะตกเป็นพับแก่หน่วยงาน)   
  7. "สำหรับกรณีความเสียหายของน่วยงานข้างต้น ข้าฯขอชี้แจงว่าความเสียหายนั้นมิใช่ผลโดยตรงจากการปฏิบัติหน้าที่..(อยู่เวร,ตรวจรับ,ประมาณราคากลาง,ควบคุมลูกน้องผู้ทุจริต ฯลฯ)ของข้าฯกล่าวคือ............" ให้อธิบายว่าความเสียหายนั้นสัมพันธ์กับการปฏิบัติหน้าที่ของท่านหรือไม่ เพียงใด  ตัวอย่างเช่น กรณีอยู่เวรแล้วของในโรงเรียนสูญหาย ท่านกล่าวแต่เพียงว่าท่านทำครบตามขั้นตอนหรือหลักเกณฑ์ในคำสั่งอยู่เวรแล้ว ส่วนความเสียหายนั้นก็ให้ตัดองค์ประกอบความผิด โดยการชี้แจงว่าเกิดจากขโมยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของท่าน เป็นต้น 
  8. หากท่านสามารถชี้แจงกระทั่ง รับฟังได้ว่าตนเองมิได้กระทำผิดตามองค์ประกอบความผิดข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อข้างต้น  ย่อมส่งผลให้วงจรละเมิดหยุดทำงาน เนื่องจากไม่ครบองค์ประกอบความผิด ไม่เกิดระเบิดและไม่ต้องจ่าย แต่หากท่านไม่สามารถชี้แจงเพื่อตัดองค์ประกอบความผิดข้อใดข้อหนึ่งในวงจรละเมิดที่หนึ่งนี้ได้ก็ยังไม่ต้องจ่ายครับ แต่ต้องเหนื่อยลุ้นกับการชี้แจงเพื่อตัด"วงจรละเมิดที่สอง"ในข้อถัดไป
  9. "วงจรละเมิดที่สอง" คล้ายกับวงจรละเมิดแรกเพียงแต่เพิ่มองค์ประกอบความผิดเรื่องการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เข้าไป ดังนั้น การชี้แจงในวงจรละเมิดที่สอง จึงเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงในองค์ประกอบความผิดที่ว่า "การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงต่อหน้าที่หรือไม่ อย่างไร" ซึ่งถือเป็นการโต้แย้งและชี้แจงให้เหตุผลเปรียบเทียบระหว่างระเบียบกฎหมายกับวิสัยและพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหา ว่าได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่ เพียงใด  โดยการเขียนชี้แจงในเรื่องนี้ หากมีเนื้อหาไม่มากนักท่านอาจเขียนชี้แจงรวมไว้ท้ายข้อ 4 เลยก็ได้ แต่หากท่านมีเนื้อหาคำชี้แจงฯมากเพราะต้องการโต้แยงและชี้แจงเหตุผลว่าความประมาทที่ท่านทำเป็นเพียงการประมาทเลินเล่อธรรมดามิใช่ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือประสงค์ชี้แจงว่าการละเลยขั้นตอนหรือระเบียบเพียงเล็กน้อย ไม่มีส่วนสัมพันธ์กับความความเสียหายและความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ก็ให้ท่านทำการเขียนคำชี้แจงฯขึ้นเป็นย่อหน้าใหม่ท้ายข้อความของข้อ 7 ทั้งนี้ การพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจะพิจารณาจากองค์ประกอบที่หลากหลาย ดังนั้น การชี้แจงเรื่องการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในวงจรละเมิดที่สองนี้จึงควรยึดหลัก"ปลอดภัยไว้ก่อน"คือไม่ว่าจะท่านจะชี้แจงเพื่อตัดองค์ประกอบความผิดในส่วนนี้ได้หรือไม่ก็ตาม ควรเผื่อเหลือ เผื่อขาดด้วยการชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องเหตุลดหย่อนต่างๆหรือเขียนโต้แยงแสดงถึงความบกพร่องของหน่วยงานหรือระบบงานที่มีส่วนทำให้เกิดการความเสียหายนั้นเพื่อประกอบการพิจารณาปรับลดค่าเสียหายของผู้มีอำนาจด้วย
  10. ในการเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายทางละเมิด กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานคำนึงถึงระดับความร้ายแรงแห่งการกระทำและหลักความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ด้วย ดังนั้น ผู้ถูกกล่าวหาอย่าลืมชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องวิสัยและพฤติการณ์ขณะที่เกิดเหตุละเมิด ทั้งที่เป็นเหตุผลส่วนตัว และเหตุผลทางราชการอื่นๆเสนอเข้าไปด้วย ตัวอย่างเช่น การเข้าบรรจุใหม่ หรือการเปลี่ยนสายงาน หรือการถูกมอบหมายให้ทำงานสองหน้าที่ในเวลาเดียวกัน เป็นต้น อนึ่ง หากการชี้แจงข้อเท็จจริงทางละเมิดของท่าน เป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกับกระบวนการทางวินัย โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่เมนู "การเขียนแก้ข้อกล่าวหา" และที่เมนู " ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"  

สอบละเมิด

tips:การชี้แจงสอบละเมิด หรือการชี้แจงข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่แล้วในกระบวนการพิจารณาจะเป็นการโต้แย้งให้เหตุผลเปรียบเทียบระหว่างหน้าที่ตามระเบียบกฎหมายกับวิสัยและพฤติการณ์ของผู้ถูกสอบละเมิดในขณะที่เกิดเหตุละเมิด โดยมีสภาพบังคับในเรื่องค่าสินไหมทดแทน ซึ่งอาจทำให้ผู้ถูกสอบละเมิดบางท่านมองว่าเป็นเรื่องบังคับทางแพ่ง จึงขาดความละเอียดรอบคอบในการชี้แจงข้อเท็จจริงเพราะคาดไม่ถึงว่าจะมีความรับผิดอย่างอื่นติดตามมา ดังนั้น การชี้แจงสอบละเมิดที่ดี นอกจากผู้ถูกสอบละเมิดจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในระเบียบกฏหมายที่ถูกกล่าวหาว่าทำละเมิดแล้ว ผู้ถูกสอบละเมิดควรต้องหาความรู้เสริมทั้งทางวินัย และอาญาในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อจักได้ปรับปรุงให้ร่างคำชี้แจงฯนั้นเป็น"คำชี้แจงข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่"ที่มีประโยชน์สำหรับตนเองในอนาคต ท้ายนี้หวังว่าขั้นตอน "ชี้แจงสอบละเมิด"อย่างง่ายข้างต้นจะเป็นพื้นฐานของการจัดทำคำ"ชี้แจงข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่" ต่อไป.           


21 กันยายน 2561

ผู้ชม 1433 ครั้ง

Engine by shopup.com