ปรึกษาการชี้แจงข้อกล่าวหา 
โทรปรึกษา ฟรี  088-584-5669
ไม่ต้องแจ้งชื่อและสังกัด
09-19.00น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุด   
 
 

สาระทางวินัย

สถิติผู้เข้าชม

089374

หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง

หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงคืออะไร

"หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง" ในที่นี้คือหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงทางวินัย ซึ่งเป็นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งในและนอกหน้าที่ราชการที่ผู้ถูกร้องเรียนได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อผู้บังคับบัญชา โดยหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง อยู่ในกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งเป็นขั้นตอนภายในของฝ่ายปกครองตามอำนาจหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเบื้องต้นว่าข้าราชการผู้ใด มีมูลอันควรสงสัยหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยหรือไม่ ทั้งนี้ หากผู้บังคับบัญชาเห็นว่าผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นกรณีไม่มีมูลความผิดวินัยก็ให้ยุติเรื่อง แต่หากเป็นกรณีที่มีมูลความผิดวินัยโดยมีพยานหลักฐานเบื้องต้น ก็ให้ดำเนินการทางวินัยต่อไป

 หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง

รูปแบบของหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง 

           ปกติแล้วผู้สืบสวนข้อเท็จจริงจะเป็นผู้กำหนดวิธีการและรายละเอียดในการให้เจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนทำการ ชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งโดยทั่วไปมักมีการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนมาพบและทำการให้ถ้อยคำชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยวาจา  ดังนั้น การชี้แจงในรูปแบบหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนไปพบผู้สืบสวนมาแล้ว และมีความประสงค์ต้องการทำรายละเอียดชี้แจงเพิ่มเติม หรือเป็นกรณีที่ผู้บังคับบัญชาต้องการให้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งในที่นี้ วินัย.COM จึงขอนำเสนอรูปแบบของหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งแบ่งตามการร่างหนังสือได้จำนวน 2 รูปแบบ ดังนี้

  1. รูปแบบหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงแบบ "เปิด" คือรูปแบบการร่างหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนมีความมั่นใจทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย(กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องที่ถูกร้องเรียน) หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อสั่งการที่ชอบด้วยระเบียบ กฎหมาย เช่น การเพิ่มชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้าน หรือการทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ กรณีบัตรหายหรือถูกทำลาย แม้เจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการ แต่หากผู้มาติดต่อราชการขาดความเข้าใจในระเบียบหลักเกณฑ์การปฎิบัติของทางราชการก็อาจเกิดข้อร้องเรียนได้ การชี้แจงข้อเท็จจริงในลักษณะเช่นนี้ ควรเปิดเผยข้อเท็จจริงให้หมดโดยไม่จำต้องปกปิดข้อเท็จจริงใด ซึ่งวิธีการอย่างง่ายในการร่างหนังสือชี้แจงรูปแบบนี้คือให้ทำการร่างตามลำดับการเดินทางของเอกสาร โดยเริ่มตั้งแต่คำขอต่างๆของผู้ร้องเรียน กระทั่งถึงกระบวนการพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติ โดยชี้แจงในตอนท้ายว่าเหตุต่างๆตามเรื่องร้องเรียนเป็นการดำเนินการตามระเบียบราชการเรื่องใด ข้อใด พร้อมทั้งแนบเอกสารพยานหลักฐานต่างที่เกี่ยวข้องประกอบท้ายหนังสือชี้แจง ซึ่งการร่างคำชี้แจงในลักษณะนี้จะเป็นการง่ายต่อการเข้าชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติม หรือจะมอบหมายบุคคลอื่นเข้าทำการชี้แจงเพิ่มเติมในภายหลัง
  2. รูปแบบหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงแบบ "ปิด" คือรูปแบบการร่างหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียน ยังไม่มีความมั่นใจในข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐาน เนื่องจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานนั้นยังไม่มีความชัดเจนหรือขาดข้อหารือหรือคำวินิจฉัยสนับสนุนการชี้แจง รวมทั้งเป็นกรณีที่ผลการตรวจพิสูจน์ยังไม่ยุติ แต่จำต้องชี้แจงข้อเท็จจริงตามกรอบระยะเวลาที่ทางราชการกำหนด การร่างหนังสือชี้แจงในลักษณะปิดนี้ ผู้ร่างจะต้องไม่ทำการร่างหนังสือในลักษณะที่ผูกมัดตนเองเกินไป เพราะหากภายหลังปรากฏข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วได้ผลตรงข้ามกับคำชี้แจงเดิม กรณีเช่นนี้อาจส่งผลร้ายต่อรูปคดีในชั้นสอบสวนทางวินัยได้ ดังนั้น การร่างหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงในลักษณะปิดนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียน อาจพิจารณาปิดข้อเท็จจริงบางอย่างที่ยังไม่สมควรเปิดเผยในช่วงเวลานั้น เพื่อรอผลดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเสียก่อน โดยอาจเลือกทำการบรรยายข้อเท็จจริงในลักษณะภาพรวม หรือตามแนวนโยบาย/วัตถุประสงค์โครงการ แต่ควรมีข้อความครบถ้วนถูกต้องตามหลักเกณฑ์การตอบเรื่องร้องเรียน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถจัดการตอบเรื่องร้องเรียนไปพลางได้ก่อน ซึ่งการร่างหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงในลักษณะนี้ จะต้องมีความระมัดระวังในเรื่องการใช้ถ้อยคำ และการเชื่อมโยงของพยานเอกสารเป็นพิเศษ รวมทั้งจะต้องไม่หลงลืมในการทำคำชี้แจงเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรในภายหลังหากปรากฏข้อเท็จจริงใดที่ยุติแล้ว 

วิธีการชี้แจงข้อเท็จจริง 

           ส่วนใหญ่เหตุร้องเรียน มักเกิดจากหนังสือร้องเรียนเพียงกระดาษแผ่นเดียว โดยยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นใด จึงทำให้การสืบสวนเบื้องต้นไม่สามารถลงรายละเอียดได้อย่างเฉพาะเจาะจงเป็นรายประเด็นในทันที ดังนั้น ในการชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้น จึงมีวิธีการอย่างง่ายๆที่ท่านสามารถทำการชี้แจงได้ด้วยตนเองและเป็นวิธีการชี้แจงที่ไม่เกิดผลเสียต่อรูปคดีกับเจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียน คือการอธิบายเรื่องราวโดยนำกฎ ระเบียบ ข้อกฎหมายของทางราชการมาใช้เป็นหลักยึดในการชี้แจงฯเพื่อให้คำชี้แจงข้อเท็จจริงนั้น มีน้ำหนักและรับฟังได้ตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งวิธีการชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างง่ายนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ

  1. กรณีที่มีกฎหรือระเบียบเกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนโดยตรง ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติถูกต้อง ในเรื่องการปฎิเสธทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกของเด็กเจ็ดขวบ ซึ่งตามข้อ 11 ของระเบียบว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนฯ กำหนดให้ผู้ขอต้องนำสูติบัตรมาแสดง หากผู้ขอมีบัตรฯมิได้นำสูติบัตรมาแสดงและร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ยอมออกบัตรฯให้โดยมิชอบ ก็ให้ทำการชี้แจงฯโดยบอกเล่าถึงข้อเท็จจริงที่ผู้ขอมิได้นำสูติบัตรมาแสดงเพื่อประกอบการพิจาณาอนุญาต จากนั้นให้สอดแทรกระเบียบฯข้อ 11 ลงในคำชี้แจงว่าเหตุขัดข้องในการทำบัตรดังกล่าวเกิดจากฝ่ายผู้ร้องเรียนมิได้นำเอกสารมาให้ครบถ้วนตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด  เป็นต้น ส่วนกรณีที่คาบเกี่ยวว่าเจ้าหน้าที่จะเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ จำต้องพิจารณาที่เจตนากระทำประกอบ ตัวอย่างเช่น เรื่องร้องเรียนกรณีลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการ "ตี" ซึ่งตามระเบียบแล้วคุณครูไม่มีอำนาจลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการ "ตี"แต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจคุณครูระดับชั้นอนุบาลเป็นอย่างยิ่ง เพราะเด็กอนุบาลยังไร้เดียงสา การรับรู้เรื่องเหตุและผลมีน้อยมาก คุณครูส่วนใหญ่จึงต้องถือไม้เรียวหรือไม้บรรทัดเป็นเชิงสัญลักษณ์ประกอบการพูดตักเตือนห้ามปรามตลอด ดังนั้น หากเกิดเหตุร้องเรียนในเรื่องดังกล่าว การชี้แจงฯก็จำต้องอธิบายข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในเรื่องของเจตนากระทำว่ากรณีที่ถูกร้องเรียนนั้นได้มีเจตนากระทำหรือไม่ หรือเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ หรือความประมาท อย่างไร รวมทั้งให้บอกเล่าถึงเรื่องราวก่อนเกิดเหตุว่ามีที่มาหรือปรากฏพฤติกรรมของเด็กอย่างไร และได้มีการห้ามปราบด้วยวาจาก่อนหรือไม่ รวมทั้งภายหลังเกิดเหตุได้มีการตรวจ รักษา แก้ไขหรือ บรรเทาเรื่องราวอย่างไร บ้าง
  2. กรณีที่ไม่มีกฎหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนโดยตรง ซึ่งกรณีแบบนี้พบเห็นได้น้อย เพราะการปฏิบัติหน้าที่ราชการใดๆของเจ้าหน้าที่มักจะมีกฏหรือระเบียบกำกับไว้อยู่แล้ว แต่ก็อาจมีบางเรื่องที่เป็นเรื่องเล็กน้อยหรือรายละเอียดปลีกย่อย กฏหรือระเบียบอาจมิได้มีการบัญญัติถึง ดังนั้น การชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องทำนองนี้ ต้องอาศัยระเบียบหรือตัวบทกฎหมายใกล้เคียง  ตัวอย่างเช่น กรณีถูกร้องเรียนว่าจอดรถยนต์ราชการในลักษณะกีดขวางการจราจร  แน่นอนว่าเรื่องการขับขี่-จอดรถยนต์ ตามระเบียบการใช้รถราชการ ย่อมมิได้กำหนดรายละเอียดลงไปถึงการลักษณะการจอดว่าจะต้องจอดรถอย่างไร จึงจะไม่กีดขวางการจราจร ดังนั้น เมื่อเกิดข้อร้องเรียนในกรณีดังกล่าว  ก็ให้ทำการชี้แจงฯโดยอ้างมาตรฐานการจอดรถตาม พรบ.จราจรทางบกฯว่าการจอดรถของท่านได้จอดห่างจากขอบทางเท้าด้านซ้ายเพียงใด  และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การจอดรถตาม พรบ.จราจรทางบกหรือไม่อย่างไร  พร้อมทั้งอธิบายถึงสภาพแวดล้อมอื่นๆและความจำเป็นอื่นๆที่เกี่ยวข้องว่าเหตุใดจึงต้องจอดรถไว้ในสถานที่แห่งนั้น ทั้งนี้ เพื่อหาหลักยึดว่าการจอดรถของท่านเบียงเบนได้ไปจากเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่  

           อนึ่ง ในการชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งสองกรณีข้างต้น หากเจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนมีพยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่ถูกร้องเรียนและต้องการอ้างพยานเหล่านั้นประกอบการชี้แจงข้อเท็จจริงของตน ให้ท่านอ้างชื่อพยานติดไว้ในบันทึกถ้อยคำหรือหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงให้เป็นลักษณํอักษรด้วย แม้ขณะนั้นท่านยังไม่ทราบชื่อพยานก็ควรทำการชี้แจงโดยแจ้งต่อผู้สอบสวนว่าเหตุร้องเรียนดังกล่าวเกิดขึ้นในสถานที่ทำงานหรือที่สาธารณะซึ่งมีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน เพื่อประโยชน์ต่อการนำพยานเข้าสืบในอนาคต  และหากการชี้แจงข้อเท็จจริงของท่าน เป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกับการสอบวินัย โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่เมนู  "การเขียนแก้ข้อกล่าวหา" และที่เมนู " ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"

 Tips: วินัย.com

          การร่าง หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง  อย่างชาญฉลาดฝ่ายเจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ในการใช้ดุลยพินิจ หรือใช้อำนาจอนุมัติ อนุญาตต่างๆ ตามกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนให้อย่างชัดเจน และหากเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องการต้องหาคดีอาญา ซึ่งได้มีการรับสารภาพไปในชั้นสอบสวนเพราะคิดว่าเป็นเพียงโทษปรับ เช่น เล่นการพนัน ประเภทไฮโล หรือน้ำเต้าปูปลา สิ่งเหล่านี้ ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะในทางวินัยอาจเป็นกรณีประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เพราะเป็นการเล่นการพนันประเภทที่กฏหมายห้ามเล่นเด็ดขาด  หรือแม้กระทั่งกรณีหน่วยงานทำการตรวจปัสสาวะแล้วพบสารเสพติด การชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องเหล่านี้อย่ารีบร้อน ท่านต้องทบทวนพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อวางรูปเรื่องชี้แจงข้อเท็จจริงในทางวินัย เพื่อจักได้ผลักดันให้ถูกจุดแข็งและกำจัดจุดอ่อน กับทั้งควรหลีกเลี่ยงการร่างหนังสือชี้แจงแบบปิด  เพราะมีผลเสียมากกว่าผลดี หากมีการหลงลืมชี้แจงเพิ่มเติม หรือมิได้ติดตามหรือจัดการใดๆเพื่อให้เรื่องร้องเรียนได้ข้อยุติ ทั้งนี้ เท่าที่ปรากฏพบว่าการร่าง หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงแบบปิด นั้น จะมีผลดีต่อเมื่อฝ่ายผู้ร้องเรียนถอนเรื่องหรือทิ้งเรื่อง และพยานหลักฐานที่ปรากฏไม่เพียงพอแก่การพิจารณาว่ามีมูลอันควรกล่าวหาเจ้าหน้าที่ผู้ใดกระทำผิดวินัยเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามการทิ้งเรื่องของผู้ร้องเรียนก็ไม่ตัดอำนาจของผู้บังคับบัญชาที่จะดำเนินการทางวินัยต่อไป ดังนั้น สำหรับกระบวนการทางวินัยแล้ว หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงแบบเปิด จึงเป็นรูปแบบที่ดี และเหมาะสมที่สุดครับ.


21 กันยายน 2561

ผู้ชม 3540 ครั้ง

Engine by shopup.com