ปรึกษาการชี้แจงข้อกล่าวหา 
โทรปรึกษา ฟรี  088-584-5669
ไม่ต้องแจ้งชื่อและสังกัด
09-19.00น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุด   
 
 

สาระทางวินัย

สถิติผู้เข้าชม

072168

ชี้แจงข้อเท็จจริง

ชี้แจงข้อเท็จจริง คืออะไร

"ชี้แจงข้อเท็จจริง" คือ การชี้แจงข้อเท็จจริงโดยอธิบายเรื่องต่างๆที่มีอยู่หรือที่พบเห็น สำหรับการชี้แจงข้อเท็จจริงทางวินัย คือการชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ต่างๆทั้งในและนอกหน้าที่ราชการ ซึ่งการชี้แจงข้อเท็จจริงอาจทำเป็นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงหรือเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยวาจาก็ได้ ทั้งนี้ การชี้แจงข้อเท็จจริงทางวินัยเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการสืบสวนข้อเท็จจริงที่เป็นเพียงขั้นตอนภายในของฝ่ายปกครอง(ผู้บังคับบัญชา)ซึ่งยังไม่กระทบต่อสิทธิ์หรือหน้าที่ใดๆของผู้ชี้แจงฯดังนั้นจึงยังไม่เกิดสิทธิ์ในการฟ้องเป็นคดีปกครองแต่อย่างใด

"ชี้แจงข้อเท็จจริง" เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาว่ามีมูลอันควรกล่าวหาว่าข้าราชการผู้ใดกระทำผิดวินัยหรือไม่ และโดยที่หลักเกณฑ์การสืบสวนข้อเท็จจริงของข้าราชการก็มิได้กำหนดวิธีการแสวงหาข้อเท็จจริงไว้  ดังนั้น ในกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริง จึงอาจจะมีการเชิญเจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนหรือสงสัยว่ากระทำผิดวินัย มาให้ถ้อยคำเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ก็ได้ ตามแต่จะปรากฏพยานหลักฐานเบื้องต้นว่ามีมากน้อยเพียงใด 

 ชี้แจงข้อเท็จจริง

วิธีการชี้แจงข้อเท็จจริง 

           ปกติแล้วผู้สืบสวนข้อเท็จจริงจะเป็นผู้กำหนดวิธีการและรายละเอียดในการให้เจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนทำการชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งโดยทั่วไปมักมีการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนมาพบและให้ถ้อยคำด้วยวาจาเนื่องจากในกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริง บางครั้งอาจเกิดจากหนังสือร้องเรียนเพียงกระดาษแผ่นเดียว โดยยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นใด จึงทำให้การสืบสวนเบื้องต้นไม่สามารถลงรายละเอียดได้อย่างเฉพาะเจาะจงเป็นรายประเด็นในทันที ผู้สืบสวนจำต้องดำเนินการเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนจากฝั่งผู้ร้องเรียน ผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องเสียก่อน จึงจะกำหนดข้อสืบสวนเป็นประเด็นเฉพาะแก่เจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนได้ ดังนั้น การชี้แจงข้อเท็จจริงในเบื้องต้นจึงมักเป็นการชี้แจงฯด้วยวาจา ซึ่งมีหลายรูปแบบ แต่วิธีการอย่างง่ายที่ท่านสามารถฝึกทำได้ด้วยตนเองและเป็นวิธีการชี้แจงที่ไม่เกิดผลเสียต่อรูปคดีกับเจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียน คือการอธิบายเรื่องราวโดยนำกฎ ระเบียบ ข้อกฎหมายของทางราชการมาใช้เป็นหลักยึดในคำชี้แจงฯเพื่อให้คำชี้แจงข้อเท็จจริงนั้น มีน้ำหนักและรับฟังได้ตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งวิธีการชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างง่ายนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ

  1. กรณีที่มีกฎหรือระเบียบเกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนโดยตรง ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเจ้าหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติถูกต้อง ในเรื่องการปฎิเสธทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกของเด็กเจ็ดขวบ ซึ่งตามข้อ 11 ของระเบียบว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนฯ กำหนดให้ผู้ขอต้องนำสูติบัตรมาแสดง หากผู้ขอมีบัตรฯมิได้นำสูติบัตรมาแสดงและร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ยอมออกบัตรฯให้โดยมิชอบ ก็ให้ทำการชี้แจงฯโดยบอกเล่าถึงข้อเท็จจริงที่ผู้ขอมิได้นำสูติบัตรมาแสดงเพื่อประกอบการพิจาณาอนุญาต จากนั้นให้สอดแทรกระเบียบฯข้อ 11 ลงในคำชี้แจงว่าเหตุขัดข้องในการทำบัตรดังกล่าวเกิดจากฝ่ายผู้ร้องเรียนมิได้นำเอกสารมาให้ครบถ้วนตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด  เป็นต้น ส่วนกรณีที่คาบเกี่ยวว่าเจ้าหน้าที่จะเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ จำต้องพิจารณาที่เจตนากระทำประกอบ เช่น เรื่องร้องเรียนกรณีลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการ "ตี" ซึ่งตามระเบียบแล้วคุณครูไม่มีอำนาจลงโทษเด็กนักเรียนด้วยการ "ตี"แต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจคุณครูระดับชั้นอนุบาลเป็นอย่างยิ่ง เพราะเด็กโตยังพอรับรู้เรื่องและตระหนักถึงโทษทัณฑ์ตามระเบียบ แต่สำหรับเด็กอนุบาลซึ่งยังไร้เดียวสา การรับรู้เรื่องเหตุและผลมีน้อยมาก คุณครูส่วนใหญ่จึงต้องถือไม้เรียวหรือไม้บรรทัดเป็นเชิงสัญลักษณ์ประกอบการพูดตักเตือนห้ามปรามตลอด ดังนั้น หากเกิดเหตุร้องเรียนในเรื่องดังกล่าว การชี้แจงก็ยึดเกาะตามระเบียบเช่นเดิม แต่จำต้องอธิบายข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในเรื่องของเจตนากระทำว่ากรณีที่ถูกร้องเรียนนั้นได้มีเจตนากระทำหรือเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ หรือความประมาท อย่างไร รวมทั้งให้บอกเล่าถึงเรื่องราวก่อนเกิดเหตุว่ามีที่มาหรือพฤติกรรมของเด็กเป็นอย่างไร และมีการห้ามปราบด้วยวาจาอย่างเดียวก่อนหรือไม่ รวมทั้งภายหลังเกิดเหตุได้มีการตรวจ ดูแล รักษา หรือบรรเทาเรื่องราวอย่างไรบ้าง
  2. กรณีที่ไม่มีกฎหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนโดยตรง ซึ่งกรณีแบบนี้พบเห็นได้น้อย เพราะการปฏิบัติหน้าที่ราชการใดๆเจ้าหน้าที่ต้องมีกฏหรือระเบียบกำกับไว้อยู่แล้ว แต่ก็อาจมีบางเรื่องที่กฏระเบียบอาจมิได้กล่าวถึง ดังนั้น การชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องทำนองนี้ ต้องอาศัยตัวบทกฎหมายใกล้เคียงครับ ตัวอย่างเช่น กรณีถูกร้องเรียนว่าจอดรถยนต์ราชการในลักษณะกีดขวางการจราจร  ซึ่งแน่นอนว่าในเรื่องการขับขี่-จอดรถยนต์ ระเบียบการใช้รถราชการ ย่อมมิได้กำหนดรายละเอียดลงไปถึงการลักษณะการจอดรถว่าจะต้องจอดอย่างไร ดังนั้น เมื่อเกิดข้อร้องเรียนในกรณีดังกล่าว  ก็ให้ทำการชี้แจงฯโดยโดยอ้างมาตรฐานการจอดรถตาม พรบ.จราจรทางบกว่าการจอดรถของท่านได้จอดห่างจากขอบทางเท้าด้านซ้ายเพียงใด  และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การจอดรถตาม พรบ.จราจรทางบกหรือไม่อย่างไร  พร้อมทั้งอธิบายถึงสภาพแวดล้อมอื่นๆและความจำเป็นอื่นๆที่เกี่ยวข้องว่าเหตุใดจึงต้องจอดรถไว้ในที่แห่งนั้น ทั้งนี้ เพื่อหาหลักยึดว่าการจอดรถของท่านเบียงเบนไปจากเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพียงใด 

           อนึ่ง การชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งสองกรณีข้างต้น หากเจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนมีพยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่ถูกร้องเรียนและต้องการอ้างพยานเหล่านั้นประกอบการชี้แจงข้อเท็จจริงของตน ให้ท่านอ้างชื่อพยานติดไว้ในบันทึกถ้อยคำหรือหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงให้เป็นลักษณํอักษรด้วย แม้ขณะนั้นท่านยังไม่ทราบชื่อพยานก็ควรทำการชี้แจงโดยแจ้งต่อผู้สอบสวนว่าเหตุร้องเรียนดังกล่าวเกิดขึ้นในสถานที่ทำงานหรือที่สาธารณะซึ่งมีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน  ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อการนำพยานเข้าสืบในอนาคต  และหากการชี้แจงข้อเท็จจริงของท่าน เป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกับกระบวนการทางวินัย โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่เมนู "การเขียนแก้ข้อกล่าวหา" และที่เมนู " ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"       

       Tips: วินัย.คอม

          การชี้แจงข้อเท็จจริง  ในสภาพการทำงานที่รีบเร่งและภาระการประชุมที่มากมาย อาจทำให้เจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารบางท่านเข้าทำการชี้แจงข้อเท็จจริงโดยบอกเล่าเรื่องราวต่อผู้สืบสวนโดยมีข้อบกพร่องหรือข้อเสียเปรียบทางคดี  ซึ่งข้อบกพร่องดังกล่าวอาจส่งผลร้ายในอนาคต ดังนั้น การชี้แจงข้อเท็จจริงที่ดีนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ถูกร้องเรียนจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ในการใช้ดุลยพินิจหรือใช้อำนาจตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนให้อย่างชัดเจน อีกทั้ง ควรทำการชี้แจงข้อเท็จจริงตามขั้นตอนและองค์ประกอบของการใช้ดุลยพินิจหรือใช้อำนาจนั้นเสียก่อน ครั้นเมื่อชี้แจงตามองค์ประกอบของการใช้ดุลยพินิจเสร็จ จึงค่อยใส่ข้อคิดเห็นของท่านหรือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานหรือพยานหลักฐานใดๆที่จะช่วยสื่อให้ผู้สืบสวนเห็นถึงเจตนากระทำของท่านตามติดลงไป  ทั้งนี้ หากท่านมีความประสงค์จะกล่าวถึงข้อคิดเห็นหรือคำบอกเล่าของผู้ใดเพื่อสนับสนุนคำชี้แจงข้อเท็จจริงของตน ควรแจ้งให้ผู้สืบสวนทำการบันทึกไว้เป็นย่อหน้าใหม่ในลำดับถัดมาเพื่อป้องกันมิให้ข้อเท็จจริงสับสนจนยากแก่การวินิจฉัยของผู้สืบสวน และที่สำคัญการอาศัยเพียงแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานมาเป็นแนวทางในการตอบข้อสอบถามของผู้สืบสวนจะเป็นการสุ่มเสี่ยงเกินไปเพราะบ่อยครั้งที่หน่วยงานอาจมีแนวทางการปฏิบัติที่ผิดไปจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามระเบียบของทางราชการ แต่ได้ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมานานโดยที่ยังไม่มีการตรวจพบการกระทำผิดระเบียบนั้น หากเมื่อใดที่มีการแต่งตั้งผู้สืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ท่านยังคงนำเหตุผลและแนวทางการปฎิบัติที่ผิดระเบียบนั้นมาตอบข้อสอบถามของผู้สืบสวน การชี้แจงข้อเท็จจริงในลักษณะดังกล่าวย่อมไม่ต่างอะไรจากคำรับสารภาพเลย  ดังนั้น การชี้แจงข้อเท็จจริงที่ดี คือการชี้แจงข้อเท็จจริงภายใต้ความรู้ความเข้าใจในกฎระเบียบที่ถูกต้อง รวมทั้งขอให้ตระหนักไว้ว่าการชี้แจงข้อเท็จจริงนั้น เปรียบเสมือนด่านแรกของกระบวนการทางวินัย ดังนั้น จึงต้องระวังอย่าให้ถ้อยคำในชั้นสอบข้อเท็จจริงย้อนกลับมาทำร้ายตนเองในชั้นสอบวินัยครับ...


19 กรกฎาคม 2018

ผู้ชม 261 ครั้ง

Engine by shopup.com