ปรึกษาการชี้แจงข้อกล่าวหา 
โทรปรึกษา ฟรี  088-584-5669
ไม่ต้องแจ้งชื่อและสังกัด
09-19.00น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุด   
 
 

สาระทางวินัย

สถิติผู้เข้าชม

072160

ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา คืออะไร

"ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"คือ การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาหรือชี้แจงข้อกล่าวหาที่ผู้สอบสวนหรือไต่สวน ได้กล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหาทำผิดวินัย ซึ่งการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานี้ผู้ถูกกล่าวหาสามารถชี้แจงเป็นหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาหรือให้ถ้อยคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาก็ได้

"ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"หมายถึง ขั้นตอนการโต้แย้งชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาที่กฎหมายได้เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาในฐานะคู่กรณีในการพิจารณาทางปกครอง ทำการต่อสู้ โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตน  โดยขั้นตอนการโต้แยงชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานี้ ไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะทำเป็นหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หรือให้ถ้อยคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จะมีจุดสังเกตง่ายๆว่าเป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากผู้ถูกกล่าวหาได้รับบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาจากผู้สอบสวน/ไต่สวนแล้วเท่านั้น

ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หมายถึง

การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 

           ปกติแล้วผู้สอบสวนมักจะกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามากกว่าการเข้าให้ถ้อยคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและมักจะกำหนดให้ส่งหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้ถูกกล่าวหาได้รับบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาฯ ซึ่งหลักในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ขอให้ผู้ถูกกล่าวหาตระหนักไว้ตลอดเวลาว่าข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐาน สามสิ่งเหล่านี้มันเชื่อมโยงกันเป็น "ข้อกล่าวหา"

         ดังนั้น ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา  ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องทำการสรุปใจความสำคัญใน"ข้อกล่าวหา" เพื่อหาส่วนที่เป็น "ข้อเท็จจริง" ที่กล่าวหาว่าท่านกระทำการเรื่องใด เมื่อใด อย่างไร และ"ข้อกล่าวหา"นั้นได้กล่าวหาว่าท่านกระทำผิดตาม "ข้อกฎหมาย" ใด รวมทั้งเป็นความผิดทางวินัยหรือทางอาญาในกรณีใด ฐานความผิดใด และ"ข้อกล่าวหา"นั้น มี "พยานหลักฐาน"ที่สนับสนุนข้อกล่าวหาอย่างไร ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาบางรายอาจมีการแจ้งเพียงข้อกล่าวหาเดียวหรือหลายข้อกล่าวหาก็ตามแต่รูปเรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาแต่ละท่านเข้าไปเกี่ยวข้อง เมื่อผู้ถูกกล่าวหาทำการสรุปหาใจความสำคัญของข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความเชื่อมโยงของพยานหลักฐานที่นำมาสนับสนุนข้อกล่าวหาได้แล้ว จึงค่อยนำมาเขียนเป็นโครงร่างหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา (วิธีการเขียนแก้ข้อกล่าวหาโปรด คลิก เมนู การเขียนแก้ข้อกล่าวหา) ทั้งนี้ ให้ท่านใช้โครงร่างนี้เป็นแผนที่นำทางในการสืบหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จำเป็นในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยให้ตั้งเป้าหมายไปที่ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานโดยตรงก่อนเท่านั้น ส่วนพยานหลักฐานรอง เช่น เอกสารประวัติความดี หรือเอกสารการสละทรัพย์อุทิศประโยชน์ให้แก่ทางราชการ ให้ทำการรวบรวมภายหลังเมื่อมีเวลาเหลือ เพราะปกติผู้สอบสวนมักจะให้เวลาท่านทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพียง 15 วัน ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับการค้นหาพยานหลักฐานในเรื่องที่ถูกกล่าวหาแบบย้อนหลังไปหลายๆปี หรือเป็นกรณีมีผู้ร่วมกระทำผิดหลายคน

การสืบหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามโครงร่างหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

           ผู้ถูกกล่าวหาอาจเลือกสืบหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้จากหลายแหล่ง ตัวอย่างเช่น จากเพื่อนร่วมงานหรือผู้เกี่ยวข้องตามสายการบังคับบัญชา หนังสือโต้ตอบระหว่างหน่วยงานหรือระหว่างผู้ถูกกล่าวหากับผู้บังคับบัญชา,รายงานขอซื้อขอจ้างที่เกี่่ยวข้อง เป็นต้น ซึ่งเมื่อได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพียงใด ให้ท่านดำเนินการปรับแก้โครงร่างฯไปตามนั้น กระทั่งท่านได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ยุติแล้วตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน จึงให้นำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ยุติแล้วเหล่านั้น มาทำการเปรียบเทียบกับข้อกฎหมายและระเบียบ จำนวน 2 ครั้ง โดยสาเหตุที่ต้องทำสองครั้งเนื่องจากปัจจุบันเราต้องยอมรับก่อนว่าระเบียบต่างๆในการปฏิบัติงานบางเรื่องยังมีความสับสน ยุ่งเหยิงจนยากแก่การทำความเข้าใจ และปีละแต่จะมีหนังสือเวียนแนวทางปฏิบัติเกิดขึ้นใหม่อยู่เสมอ  ซึ่งในอดีตผู้เขียนเคยพบว่าในเรื่องปฏิบัติเดียวกัน จนท.แต่ละภาคต่างยึดถือแนวทางปฏิบัติตามหนังสือสั่งการที่ต่างกัน โดยเฉพาะหน่วยงานไกลปืนเที่ยง และขาดระบบเจ้าหน้าที่ธุรการที่ต่อเนื่อง โอกาสที่เจ้าหน้าที่จะทำผิดระเบียบแบบแผนหรือพยานที่มาจากหน่วยงานไกลปืนเที่ยงจะอ้างระเบียบแบบแผนที่ผิดกับผู้สอบสวนจึงมีมาก ดังนั้น ในครั้งแรกท่านจึงควรเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ยุติแล้วกับข้อกฎหมาย ระเบียบที่ผู้สอบสวนแจ้งไว้ในข้อกล่าวหา ส่วนครั้งที่สองให้ทำการเปรียบเทียบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ยุติแล้วกับข้อกฎหมาย ระเบียบ และหนังสือสั่งการที่ท่านสืบค้นได้เพิ่มเติมจากหน่วยตรวจสอบภายในกลางของหน่วยงาน(หากมี) ทั้งนี้ เพื่อหาข้อได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางคดี จากนั้นให้ท่านนำผลการเปรียบเทียบที่ได้ไปพิจารณาในขั้นตอนการตัดสินใจที่สำคัญ คือ.....การตัดสินใจว่าจะตั้งรูปเรื่องต่อสู้  และวางแนวทางคดีอย่างไร..

            เมื่อท่านตัดสินใจว่าจะตั้งรูปเรื่องต่อสู้ และวางแนวทางคดีได้แล้ว จึงค่อยดำเนินการปรับโครงร่างหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไปตามรูปเรื่องและแนวทางคดีที่วางไว้ต่อไป 

             อนึ่ง ท่านอาจนำหลักการรับฟังพยานเพื่อลงโทษ ที่เมนู "วินัยข้าราชการ"  รวมทั้งนำวิธีการชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างง่ายมาประยุกต์ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ โดย คลิก  "ชี้แจงข้อเท็จจริง" และ "หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง" เพื่อศึกษาเพิ่มเติม

           Tips: การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาอย่ารีบร้อนปรับข้อเท็จจริงที่ยังไม่ยุติเข้ากับข้อระเบียบหรือกฏหมาย เพราะหากผู้สอบสวนได้ข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วแตกต่างจากข้อเท็จจริงของผู้ถูกกล่าวหา อาจส่งผลให้การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานั้นไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง และที่สำคัญอย่าทำการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาโดยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนการแก้ข้อกล่าวหา ขอให้ท่านตระหนักไว้ตลอดว่า เมื่อใดก็ตามที่ท่านได้รับบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาจากผู้สอบสวน ย่อมเป็นกรณีที่ข้อกล่าวหานั้นมีพยานหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาแล้ว ดังนั้น หากผู้ถูกกล่าวหาทำการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาโดยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนการแก้ข้อกล่าวหา ย่อมส่งผลให้คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ทั้งนี้ ขอเรียนว่าเส้นทางของกระบวนการทางวินัย มิได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผู้สอบสวน เพราะยังมีอีกหลายองค์คณะที่รอพิจารณาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของท่านอยู่ฉะนั้นแล้วบรรดาพยานหลักฐานทั้งหลายที่ท่านสละเวลาค้นหามาเพื่อสนับสนุนคำชี้แจงฯของตน จะเดินทางเป็นกระบอกเสียงของท่านไปไกล เพื่อประกอบการพิจารณาในหลายองค์คณะและหลายระดับ ซึ่งส่วนใหญ่ต่างก็ถือข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวนเป็นหลักในการพิจารณา ดังนั้น   อย่าส่ง "หนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา" ด้วยกระดาษแผ่นเดียว 


18 กรกฎาคม 2018

ผู้ชม 1363 ครั้ง

Engine by shopup.com