ปรึกษาการชี้แจงข้อกล่าวหา 
โทรปรึกษา ฟรี  062-6499-203  
ไม่ต้องแจ้งชื่อและสังกัด
09 -19.00น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุด  
 

สาระทางวินัย

สถิติผู้เข้าชม

031633

การเขียนแก้ข้อกล่าวหา

การเขียนแก้ข้อกล่าวหา คืออะไร

การเขียนแก้ข้อกล่าวหา คือ การทำ"หนังสือชี้แจงข้อกล่าวหา" หรือ"หนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา" ซึ่งมีวัตถุประสงค์เป็นการเขียนแก้ข้อกล่าวหาต่างๆที่กล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัย โดยการเขียนแก้ข้อกล่าวหา จะต้องทำการแก้ข้อกล่าวหาด้วยการชี้แจงข้อกล่าวหาและโต้แย้งแก้ข้อกล่าวหาและพฤติการณ์ต่างๆที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำหรือร่วมกับบุคคลอื่นกระทำผิดทางวินัย โดยการเขียนแก้กล่าวหานี้ เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการสอบสวนทาง วินัยข้าราชการ (Discipline) ที่ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด วินัย ดำเนินการโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานเพื่อยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของตน 

การเขียนแก้ข้อกล่าวหา

การเขียนแก้ข้อกล่าวหา

           เนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดำเนินกาารทางวินัย พ.ศ.2556 ต่างมิได้บัญญัติในเรื่องรูปแบบ และวิธีการเขียนแก้ข้อกล่าวหาไว้ โดยเท่าที่ปรากฏก็มีแต่เพียงการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาโดยยื่นต่อคณะกรรมการฯเท่านั้น  ซึ่งปกติแล้วส่วนใหญ่ "การเขียนแก้ข้อกล่าว" ของเจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาทั่วไปที่มิได้มีที่ปรึกษาทางกฎหมายมักจะอยู่ในรูปแบบการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแบบอธิบายร่ายยาว มิได้แยกข้อกล่าวหา และพฤติการณ์กระทำผิดออกเป็นรายประเด็น หากส่วนใดที่ชี้แจงได้ก็จะทำการร่ายยาวเฉพาะส่วนนั้น กระทั่งหลงลืมประเด็นสำคัญส่วนอื่นไป หรือบางครั้งก็ไม่มีความอดทนค้นหาพยานหลักฐานมาสนับสนุนการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยเลือกทำการอธิบายผลงานแบบภาพรวมที่ปลายเหตุว่าไม่ปรากฏความเสียหายใดแก่ทางราชการ ซึ่งหากพฤติการณ์กระทำผิดนั้นเป็นประเด็นสำคัญในคดี หรือเป็นพฤติการณ์ที่บ่งชี้ถึงผลสำเร็จในกระทำความผิด ตามองค์ประกอบความผิดทางกฏหมาย เช่น กรณีถูกกล่าวหาในเรื่องทุจริต หากข้อกล่าวหาได้บรรยายพฤติการณ์กระทำผิดในลักษณะครบองค์ประกอบความผิดแล้ว การเขียนแก้ข้อกล่าวหาโดยเลือกอธิบายแบบภาพรวมเฉพาะผลดีที่ปลายเหตุ ก็แทบไม่ต่างอะไรจากการส่งกระดาษเปล่า เพราะผู้สอบสวนและผู้ตรวจสำนวนก็ต้องตรวจตามองค์ประกอบความผิดครับผม

5 วิธีการเขียนแก้ข้อกล่าวหาที่แนะนำ

          สำหรับวิธีการเขียนแก้ข้อกล่าวหาที่ขอแนะนำ คือการเขียนแก้ข้อกล่าว ในรูปแบบการกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาท ซึ่งบางท่านอาจสงสัยว่าประเด็นข้อพิพาทจะกำหนดอย่างไร ในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาฯส่วนใหญ่จะแยกเฉพาะข้อกล่าวหา แต่ไม่แยกเป็นรายประเด็นข้อพิพาทไว้ กรณีดังกล่าว วินัย.คอม ใคร่ขอยกข้อกฏหมายเพื่อประกอบความรู้ในการอธิบายเรื่องการกำหนดประเด็นข้อพิพาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 ซึ่งบัญญัติว่า

           "ในวันชี้สองสถานให้คู่ความมาศาล และให้ศาลตรวจคำคู่ความและคำแถลงของคู่ความแล้วนำข้ออ้าง ข้อเถึยงที่ปรากฏในคำคู่ความและคำแถลงของคู่ความเทียบกับดู และสอบถามคู่ความทุกฝ่ายถึงข้ออ้าง ข้อเถียง และพยานหลักฐานที่ยื่นต่อศาลว่าฝ่ายใดยอมรับหรือโต้แยงข้ออ้าง ข้อเถียงนั้น อย่างไร ข้อเท็จจริงใดที่คู่ความยอมรับกันก็เป็นอันยุติไปตามนั้น ส่วนข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้าง แต่คู่ความฝ่ายอื่นไม่รับ และเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นข้อพิพาทตามคำคู่ความ ให้ศาลกำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท และให้กำหนดให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานหลักฐาน มาสืบในประเด็นข้อใดก่อนหรือหลังก็ได้ ........"

            จากบทบัญญัติตามข้อกฎหมายข้างต้น จะเห็นว่าประเด็นข้อพิพาท คือปมปัญหาที่คู่ความทั้งสองฝ่ายยังคงโต้เถียงกันอยู่หรือยังไม่ได้ข้อยุติ แต่เนื่องจากการสอบสวนทางวินัยจะมีเพียงผู้ถูกกล่าวหากับผู้สอบสวน ดังนั้นการโต้แย้งแสดงความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา จึงเป็นการโต้แย้งกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ผู้สอบสวนรวบรวมได้  ดังนั้น การกำหนดประเด็นข้อพิพาทจึงต้องกำหนดตามพฤติการณ์ต่างๆที่ผู้สอบสวนรวบรวมไว้ ซึ่งในการเขียนแก้ข้อกล่าวหาแบบกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทดังกล่าว สามารถกำหนดเป็นวิธีการง่ายๆได้ 5 ขั้นตอน ดังนี้

  1. เมื่อได้รับบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาจากผู้สอบสวน ให้ท่านสมมุติว่าบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวคือ"ข้ออ้าง"ของคู่ความฝ่ายกล่าวหาซึ่งกล่าวหาว่าท่านกระทำความผิด โดยบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหานี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบการเล่าเรื่องว่าท่านถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร และการกระทำนั้นเป็นความผิดในกรณีใด โดยจะยังไม่มีการกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ เพราะผู้สอบสวนยังไม่ทราบว่าท่านจะมี"ข้อเถียง"หรือ"คำรับ"ในส่วนใด
  2. ขณะที่ท่านอ่านบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว หากพบว่าข้อความใดหรือพฤติการณ์กล่าวหาใด ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือยังมีข้อเท็จจริงอื่นมากกว่าที่นำมากล่าวหาไว้หรือท่านไม่ยอมรับตามที่กล่าวหาไว้ ให้ท่านทำการขีดเส้นใต้ภายใต้ข้อความดังกล่าวแล้วทำการสมมุติให้เป็น"ข้ออ้าง"ของฝ่ายกล่าวหา
  3. ภายใต้ข้อความที่ท่านขีดเส้นแล้วสมมุติให้เป็น"ข้ออ้าง"นั้น ให้ท่านเขียนข้อความโต้แย้งอย่างย่อของท่านลงไป โดยให้สมมุติว่าข้อความโต้แย้งอย่างย่อนี้เป็น"ข้อเถียง"ของท่าน จากนั้นให้นำข้อความที่เป็นทั้ง"ข้ออ้าง"และ"ข้อเถียง"มากำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทต่อไป
  4. ในการตั้งชื่อในประเด็นข้อพิพาท ควรลอกตามข้อความที่เป็น"ข้ออ้าง"ในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาฯเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันในประเด็นข้อพิพาทระหว่างท่านกับผู้สอบสวน โดยให้ทำการแยกเรียงเป็นรายประเด็นตามทิศทางของเนื้อเรื่องที่ปรากฎในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาฯหรือตามลำดับช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือตามเส้นทางการเดินหนังสือแล้วแต่กรณี จากนั้นให้ท่านทำการอธิบายขยายความ"ข้อเถียง"ของท่านพร้อมทั้งกล่าวถึงพยานหลักฐานที่จะนำมาสนับสนุนการแก้ข้อกล่าวหาในแต่ละประเด็น
  5. การเขียนแก้ข้อกล่าวหา หากมีข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญใดตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาที่ท่านยอมรับ และท่านพิจารณาเห็นว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นประโยชน์แก่รูปคดีฝ่ายตน ให้ท่านกล่าวรับถึงข้อเท็จจริงนั้นในการเขียนแก้ข้อกล่าวหาของท่าน พร้อมกับนำข้อเท็จจริงนั้นมาทำการเขียนขยายความเชื่อมโยงกับข้อเท็จจริงที่เป็นคุณกับรูปคดีฝ่ายตน เช่น การกล่าวรับในเรื่องการบกพร่องต่อหน้าที่ตามที่ผู้สอบสวนรวบรวมได้ แล้วนำมาเขียนขยายความเชื่อมโยงถึงปัจจัยที่เป็นต้นเหตุของการบกพร่องต่อหน้าที่ ซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากปัญหาของระบบงานส่วนรวม และมิใช่ความผิดของผู้ถูกกล่าวหาฝ่ายเดียว เป็นต้น

            Tips: การเขียนแก้ข้อกล่าวหา  เจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาอย่ารีบร้อนทำ"หนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"หรือเข้าให้ถ้อย"คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา" ควรตรวจบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาให้ละเอียดถี่ถ้วนว่ามีประเด็นข้อพิพาทหลักจำนวนเท่าใด และมีประเด็นหรือพฤติการณ์แวดล้อมของประเด็นข้อพิพาทหลักจำนวนเท่าใด และที่สำคัญมีพยานหลักฐานที่สนับสนุนการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาที่จะใช้ประกอบ"ข้อเถียง"ของเราในแต่ละประเด็นจำนวนเท่าใด แล้วดำเนินการโต้แย้งให้ครบถ้วนทั้งประเด็นหลัก และประเด็นพฤติการณ์แวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นการเขียนแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีน้ำหนักและรับฟังได้


23 มีนาคม 2018

ผู้ชม 1317 ครั้ง

Engine by shopup.com