วินัย.com
ที่ปรึกษาการชี้แจงข้อกล่าวหา   โทรปรึกษา ฟรี  099-301-6151
 

สาระทางวินัย

สถิติผู้เข้าชม

014554

3 ทางวิ่งสอบ"วินัย"

หมวดหมู่: วินัย

3 ทางวิ่งสอบ"วินัย"

       "วินัย" สำหรับบางท่านได้รู้จักตอนท่องจำเรื่อง "วินัย" เมื่อครั้งสอบเข้าทำงาน แต่ครั้นเมื่อสอบได้แล้วบางท่านก็ลืมเรื่องวินัยไป เพราะเหตุที่มิได้ทำงานเกี่ยวข้อง หรือบางท่านอาจจำได้แต่ไม่อยากนึกถึงเพราะรู้สึกเสียวแปลบขึ้นมาทันที่ที่นึกถึง "วินัย" ซึ่งไม่ว่ากรณีจะเป็นเช่นใด รวมทั้งท่านจะจำได้หรือไม่ก็ตาม แต่สำหรับเรื่อง"วินัย"ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนลงโทษแล้ว บางท่านอาจถูกส่งลงสนามสอบวินัยโดยมิต้องยื่นใบสมัคร เพราะมีผู้ร้องเรียนและยื่นใบสมัครต่อผู้บังคับบัญชาให้แทน ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์มีผู้ปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้ายดังกล่าว ท่านควรเตรียมตัววิ่งเข้าสู่สนามสอบ"วินัย"อย่างไร

3 วิธีวิ่งสอบวินัย

3 ทางวิ่งสอบ "วินัย"

      "วิ่ง"สิ่งแรกๆที่ผู้ถูกกล่าวหาบางท่านจะนึกถีงเมื่อได้รับคำสั่งแต่งตั้งผู้สอบสวน และการวิ่งนี้จะมีสัจธรรมตามกฎการแปรผันอยู่ว่า หากเป็นการสอบวินัยร้ายแรง ผู้วิ่งก็จะขยันวิ่ง ว่องไวปานกระต่าย แต่หากเป็นการสอบวินัยอย่างไม่ร้ายแรงแล้ว ผู้วิ่งก็จะเชื่องช้า คลานปานเต่า บางรายอาจชักช้าถึงขนาดที่ผู้สอบสวนใจร้อนต้องเป็นฝ่าย"วิ่ง"ไปบริการให้ถึงที่แบบออนไซต์ เซอร์วิส หรืออาจไปขอร้องไหว้วานให้ช่วยมานั่งให้สอบให้เสร็จเรื่องเพื่อจะได้รีบๆแยกย้ายกันไป ทั้งนี้ ก็เป็นเรื่องของนานาจิตตังและลีลาของแต่ละท่าน ซึ่งจากความคิดที่หลากหลายในเรื่องการ"วิ่ง"ข้างต้น วินัย.คอม ใคร่ขอแนะนำถึงสิ่งที่ควร"วิ่ง"เมื่อสอบวินัย ดังนี้

1.วิ่งหาพยานเอกสาร การวิ่งหาพยานเอกสารเป็นสิ่งแรกที่ผู้ถูกกล่าวหาควรกระทำ เพราะว่าพยานเอกสารคือพยานหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือที่สุด รวมทั้งมีเนื้อหาสาระและความหมายตามตัวอักษรที่ปรากฏอยู่ในตัวเอกสารเอง ไม่อาจลบเลือนตามกาลเวลาได้เช่นความทรงจำของบุคคล  โดยเฉพาะพยานเอกสารประเภทหนังสือ หรือบันทึกข้อความต่างๆ จะเป็นพยานเอกสารที่มีการจัดทำและควบคุมตามระเบียบสารบรรณ ซึ่งพยานเอกสารประเภทหนังสือและบันทึกต่างๆมักจะปรากฏร่องรอยการจัดทำตามระเบียบสารบรรณ  ซึ่งเปรียบเสมือนแผนที่ลายแทงให้ท่านขยายผลสืบค้นหาพยานเอกสารและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป

2.วิ่งหาพยานบุคคล การวิ่งหาพยานบุคคลนี้เป็นสิ่งที่ควรกระทำเป็นลำดับที่สองถัดจากการหาพยานเอกสาร เพราะการวิ่งหาพยานบุคคลเป็นอันดับแรกตั้งแต่ได้รับเรื่องกล่าวหา ท่านอาจได้รับข้อเท็จจริงที่ผิดจากพยานบุคคลและหลงทางเสียเวลาได้ การวิ่งจึงควรวิ่งเกาะตามเส้นทางพยานเอกสารเพื่อไปหาพยานบุคคลต่างๆ เพราะอย่างน้อยท่านก็จะได้พบตัวผู้เกี่ยวข้องตามรายชื่อที่ปรากฏในเอกสารนั้นซึ่งเป็นพยานบุคคลในท้องเรื่องจริงๆมิใช่นักแสดงแทนซึ่งมีน้ำหนักในการรับฟังเป็นพยานน้อยกว่าพยานตัวจริง รวมทั้งบางครั้งที่ได้พบตัวพยานผู้เกี่ยวข้องจริงๆ ท่านอาจโชคดีได้รับพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากการแนะนำของพยานบุคคลดังกล่าวได้อีก

3.วิ่งออกกำลังกาย เชื่อเถอะครับไม่ได้เขียนผิดดอก เพราะการที่คนเราจิตใจหมกมุ่นเรื่องใดนานๆอาจเกิดความเครียด สมองมึน เบลอ คิดไม่ออก  ดังนั้นการวิ่ง หรือเดินออกกำลังกายจะมีส่วนช่วยให้สมองปลอดโปร่งสดใส ประหนึ่งได้รับการชารจ์แบตใหม่ ซึ่งอาจมีส่วนช่วยให้ท่านเกิดไอเดียการคิดแก้ปัญหาอะไรใหม่ๆได้อีกเยอะ และที่สำคัญไม่ควรไป"วิ่ง"เข้าวงสุรา เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้หายมึนหัวแล้ว จะได้ความเมาแถมกลับมาอีก กลายเป็นว่าสมองเสียเป็นสองเท่าเลย 

Tips:สิ่งที่ต้อง"วิ่ง"ในการสอบ"วินัย"ข้างต้น ถือเป็นหลักพื้นฐานทางวิชาการในการชี้แจงข้อกล่าวหา ซึ่งบางท่านอาจมองข้ามวิธีการวิ่งที่เป็นพื้นฐานเหล่านี้ มุ่งไปวิ่งในระดับแอดวานซ์ คือการวิ่งหาบุคคลที่พึงทางใจ เพื่อบอกเล่าความในใจด้วยวาจาก็สุดแท้แต่ทักษะและความชำนาญ  แต่อย่างไรก็ตาม อย่าลืมหันกลับมาทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร และวิ่งเก็บพยานหลักฐานตามหลักพื้นฐานข้างต้นบ้างนะครับ เพราะส่วนใหญ่แล้วกระบวนการทางวินัยมันยาวไกล ท่านอาจได้พบเห็นเพียงผู้สอบสวน แต่จริงๆแล้วกระบวนการทางวินัยยังต้องไปฝ่าด่านดุลยพินิจของคณะพิจารณาตามระเบียบอีกหลายคณะ ดังนั้น ควรเผื่อเหลือ เผื่อขาดไว้บ้าง โดยการจัดทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาพร้อมจัดหาพยานหลักฐานตามหลักพื้นฐานข้างต้น ไว้เป็นหลักยึดเหนี่ยวเป็น "ข้ออ้าง" หรือ"ข้อเถียง"ของตนในยามต้องร้องขอความเป็นธรรมในชั้นอุทธรณ์ หรือชั้นศาล ด้วยครับ และเมื่อการ"วิ่ง"ในที่นี้เป็นเรื่องนานาจิตตังจึงไม่มีบทสรุป การจบบทความจึงขอจบด้วยสุภาษิตจีน แบบฝากให้คิดก็แล้วกันครับ

"เมื่อลมเปลี่ยนทิศ ความคิดย่อมเปลี่ยนทาง"

                                           

 

 

 

 

 

13 กุมภาพันธ์ 2018

ผู้ชม 36 ครั้ง

Engine by