วินัย.com
ที่ปรึกษาการชี้แจงข้อกล่าวหา   โทรปรึกษา ฟรี  099-301-6151
 

สาระทางวินัย

สถิติผู้เข้าชม

014552

วิธีปรับการ"ชี้แจงข้อกล่าวหา"

การชี้แจงข้อกล่าวหาที่ดีนั้น ผู้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาควรดำเนินการปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมายหรือระเบียบต่างๆด้วยตนเอง เพราะการได้ลงมือทำด้วยตนเองจะทำให้เราได้ทราบถึงส่วนประกอบที่ยังขาดตกบกพร่องในการนำเสนอข้อเท็จจริงใน"หนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา" เนื่องจากข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆจะเป็นตัวกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการใช้อำนาจหรือดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ดังนั้น การนำเสนอข้อเท็จจริงที่ไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามระเบียบกฎหมาย ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการชี้แจงข้อกล่าวหาของผู้ชี้แจงข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

ชี้แจงข้อกล่าวหา

การปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมายในการชี้แจงข้อกล่าวหา

         ในทางกลับกันแล้ว หากมีข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการใช้อำนาจหรือดุลยพินิจตามระเบียบกฎหมายแล้ว  ผู้ชี้แจงข้อกล่าวหาสามารถนำข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนนั้นมาทำการโต้แย้งแก้ข้อกล่าวหาได้ในทันที แต่หากมีกรณีที่สงสัยว่าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามระเบียบกฎหมายใดมีถ้อยคำและแนวทางการปฎิบัติที่ไม่ชัดเจน กำกวม ไม่แน่นอนมีความหมายได้หลายทาง แม้จะมีแนวทางปฏิบัติที่สืบทอดกันมาและไม่เคยเกิดปัญหาก็ตามกรณีเช่นนี้ท่านควรหาความรู้จากนอกหน่วยงานเพื่อให้หยั่งทราบว่าแท้จริงแล้วถ้อยคำที่ไม่ชัดเจนหรือกำกวมนั้น มีความหมายและหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการใช้อำนาจหรือการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่อย่างไร โดยเมื่อท่านได้ข้อยุติในเรื่องดังกล่าวแล้วจึงค่อยดำเนินการจัดหาพยานหลักฐานและดำเนินการชี้แจงข้อกล่าวหาไปตามนั้น

          สำหรับการนำข้อเท็จจริงมาปรับกับข้อกฎหมายในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานั้น ผู้ชี้แจงข้อกล่าวหาจะต้องมีความแม่นยำในหลักเกณฑ์ เงื่อนไขของการใช้อำนาจหรือดุลยพินิจตามระเบียบกฎหมายที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย  เพราะบางครั้งเคยปรากฏกรณีที่ผู้ชี้แจงข้อกล่าวหามีความเข้าใจในระเบียบกฎหมายคลาดเคลื่อนมาโดยตลอดเพราะแนวทางปฎิบัติที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่เข้าปฎิบัติงานและไม่เคยเกิดปัญหา แม้ว่าจะถูกแต่งตั้งผู้สอบสวนในเรื่องการปฏิบัติที่ผิดระเบียบแล้วก็ตาม แต่ผู้ชี้แจงข้อกล่าวหาก็ยังไม่ยอมศึกษาหาความรู้ว่าการที่หน่วยงานกลางกล่าวหาว่าตนเองปฏิบัติผิดระเบียบนั้นแท้จริงแล้ว มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการใช้อำนาจหรือดุลยพินิจตามระเบียบกฏหมายในเรื่องที่ถูกกล่าวหาอย่างไร แถมยังต่อมาในช่วงการชี้แจงข้อกล่าวหาก็ยังคงชี้แจงตามแนวทางปฏิบัติเดิมที่ผิดระเบียบ โดยนำเสนอถึงข้อเท็จจริงที่ผิดเงื่อนไข หลักเกณฑ์นั้นอีก การชี้แจงข้อกล่าวหาในลักษณะดังกล่าวจึงไม่ต่างอะไรจากคำรับสารภาพเลย ตัวอย่างเช่น

  1. การเข้าใจเรื่องหลักเกณฑ์การจัดซื้อหรือจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ตามระเบียบพัสดุฯคลาดเคลื่อน เคยมีกรณีพบว่าแม้ผู้สอบสวนจะได้แจ้งและอธิบายไว้ในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาไว้อย่างชัดเจนว่า การจัดซื้อหรือจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษที่เกิดปัญหาดังกล่าวมิชอบด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามระเบียบพัสดุฯ เนื่องจากเนื้องานที่ทำการจัดซื้อหรือจัดจ้างนั้นมิใช่เนื้องานที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ  แต่เพราะความเข้าใจหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามระเบียบพัสดุฯที่คลาดเคลื่อน โดยถือตามแนวทางการปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมา ซึ่งเดิมเคยอาศัยเพียงข้อเท็จจริงเรื่องระยะเวลาที่เหลือไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างด้วยวิธีการอื่นได้ทัน มาเป็นข้ออ้างในการจัดซื้อหรือจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งหากผู้ชี้แจงข้อกล่าวหายังคงเข้าใจเงื่อนไขและหลักเกณฑ์คลาดเคลื่อนอยู่ ก็จะทำการชี้แจงข้อกล่าวหาเพียงเรื่องระยะเวลาที่ไม่สามารถดำเนินการจัดหาด้วยวิธีการอื่นได้ทันเช่นเดิม การชี้แจงโดยเสนอข้อเท็จจริงที่ผิดต่อระเบียบเช่นนี้ย่อมไม่เกิดผลดีต่อรูปคดีแต่อย่างใดครับ
  2. การเข้าใจเรื่องการลาพักผ่อนตามระเบียบการลาฯคลาดเคลื่อน เคยพบว่ามีกรณีที่ผู้ชี้แจงข้อกล่าวหาได้ทำการชี้แจงข้อกล่าวหา โดยโต้แย้งว่าได้ยื่นไปลาพักผ่อนต่อผู้บังคับบัญชาแล้วจึงหยุดงานไปในวันรุ่งขึ้นโดยที่ยังมิได้รับทราบว่ามีการอนุญาตให้ลาหรือไม่อย่างไร  เพราะเคยมีแนวทางปฏิบัติสืบทอดกันมาว่ายื่นใบลาพักผ่อนวันนี้พรุ่งนี้ก็หยุดงานได้ วันดีคืนดีปัญหามันก็เกิดทำนองที่ว่า "ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ยามชังน้ำตาลก็ว่าขม"เพราะยามรักยื่นใบลายังไงก็เซ็นให้ แต่พอยามชังหรือมีการเปลี่ยนผู้อนุมัติกลับไม่เซ็นอนุญาต กรณีเช่นนี้ผู้ชี้แจงข้อกล่าวหาจะนำแนวทางปฏิบัติเดิมเรื่องยื่นใบลาแล้วหยุดงานได้ทันทีในวันรุ่งขึ้นมาชี้แจงเพื่อหักล้างเงื่อนไขตามระเบียบวันลาฯที่ว่า "เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะหยุดราชการได้" ไม่ได้ เพราะเงื่อนไขการลาพักผ่อนที่ถูกต้องตามระเบียบการลาฯคือ ผู้ลาพักผ่อนจะหยุดราชการได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้นครับ

Tips: การปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมายใน"การชี้แจงข้อกล่าวหา"หลักที่สำคัญคือความรู้ความเข้าใจในเรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไขของการใช้อำนาจหรือดุลยพินิจตามระเบียบกฎหมายที่ถูกกล่าวหา  โดยให้ท่านตระหนักไว้เลยว่าการหน่วยงานกลางจะมีคำสั่งแต่งตั้งผู้สอบสวนในเรื่องที่กล่าวหาว่าท่านทำผิดระเบียบนั้นได้ ย่อมเป็นกรณีที่ข้อกล่าวหานั้นมีมูลตามระเบียบกฎหมายว่าท่านกระทำผิดวินัยแล้วนะครับ ดังนั้น "การชี้แจงข้อกล่าวหา"ตามแนวทางปฏิบัติเดิมย่อมไม่เกิดผลดีกับรูปคดีของฝ่ายท่าน จึงควรเร่งทำการศึกษาระเบียบกฎหมายที่ถูกกล่าวหาตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งแต่งตั้งผู้สอบสวน เพื่อจักได้เป็นพื้นฐานใน"การชี้แจงข้อกล่าวหา"ครับ

 

              

 

13 กุมภาพันธ์ 2018

ผู้ชม 47 ครั้ง

Engine by