วินัย.com
ที่ปรึกษาการชี้แจงข้อกล่าวหา   โทรปรึกษา ฟรี  099-301-6151
 

สาระทางวินัย

สถิติผู้เข้าชม

014613

3 หลักพื้นฐานเขียนชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

       การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานั้น สำหรับหลายๆท่านแล้วอาจไม่ทราบว่าการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคืออะไร ทำอย่างไร รวมทั้งจะทำเป็น"หนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"หรือจะเข้าให้ถ้อย"คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"ด้วยวาจาต่อผู้สอบสวนดี สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นความกังวลใจของผู้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา นอกเหนือไปจากภาระหน้าที่การงานและภาระครอบครัวที่ต้องแบกเป็นภาระอยู่ โดยความกังวลใจเรื่องการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานี้ เริ่มตั้งแต่ว่าจะเขียนชี้แจงข้อกล่าวหาอย่างไรดี หลายคนที่เขียนคำชี้แจงวกไปวนมาหาจุดลงและบทสรุปไม่ได้ เพราะขาดประสบการณ์ความชำนาญ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เรามิใช่อาชญากร หรือผู้ร้ายโดยกมลสันดานที่เคยผ่านการสอบสวนของตำรวจหรือผู้เกี่ยวข้องมาอย่างโชกโชน อันจะทำให้เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ระดับเซียนเหยียบเมฆสามารถพริ้วไหวสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าแก่ผู้สอบสวนได้ ซึ่งตามทางสอบสวนในส่วนใหญ่พบว่าเจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นมือใหม่หัดชี้แจง ประเภทหน้ามลคนซื่อ ถามตรงตอบตรง ดังนั้น ความปวดเศียรเวียนเกล้า ความกังวลใจ ในเรื่องการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาจึงตกอยู่แก่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาด้วยประการฉะนี้

การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเขี

      3 หลักพื้นฐานของการเขียนชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

                  สำหรับเรื่องหลักพื้นฐานของการเขียนชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในตอนนี้นั้น เป็นการแนะนำการเขียนแก้ข้อกล่าวหาอย่างกว้างๆเพื่อให้ผู้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้มองเห็นโครงร่างของการทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา แต่ขอเน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคือความรู้ความเข้าใจในเรื่องข้อเท็จจริงและเรื่องข้อกฎหมาย(องค์ประกอบความผิดตามระเบียบ กฎหมายที่ถูกกล่าวหา) โดยหลักพื้นฐานที่สำคัญของการเขียนชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา สามารถสรุปได้ดังนี้ 

  1. ต้องเขียนให้อ่านง่ายและเข้าใจง่าย "คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"ควรมีเนื้อหาที่กระชับได้ได้ใจความ มีการใช้ภาษาที่ชัดเจนและมีความหมายตามตัวอักษร อย่าใช้ข้อความที่ก่อให้เกิดปัญหาการตีความหรือแปรความหมายได้หลายนัย เว้นแต่เป็นการอ้างความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีของฝ่ายตน โดยการใช้ภาษาที่ถูกต้องและเหมาะสมนั้น จะช่วยให้ผู้สอบสวนในฐานะผู้ที่ทำหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นในเรื่องที่สอบสวนชั้นต้นเข้าใจเนื้อหาได้โดยง่ายอ่านแล้วไม่สะดุดกับถ้อยคำชี้แจงฯ รวมทั้งการเขียนชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาที่ดีนั้น จะต้องมีเนื้อหากระชับรัดกุมไม่เยิ่นเย้อมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผู้อ่านซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้สอบสวน ผู้ตรวจสำนวน หรือองค์คณะผู้ทำหน้าที่พิจารณาในชั้นต่างๆ เกิดความเหนื่อยล้าในการอ่าน รวมทั้งหากเป็นไปได้ในการทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาควรใช้ควรใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่มากกว่าขนาดปกติ(ขนาด 16) ควรใช้ขนาด 18 ในการพิมพ์หนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพื่อลดปัญหาจากการเพ่งสายตาของผู้อ่านซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นท่านผู้อาวุโสทั้งนั้น
  2. ต้องทำการชี้แจงทุกข้อกล่าวหา และทุกพฤติการณ์กระทำผิดที่ปรากฏอยู่ใน "บันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา" ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะผู้สอบสวนฯอาจมีแนวการพิจารณาว่าผู้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาทราบสิทธิในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาดีอยู่แล้ว ดังนั้น การที่ไม่ชี้แจงข้อกล่าวหาในประเด็นใด ก็ถือเป็นการยอมรับตามข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานที่สอบสวนได้ รวมทั้ง บางครั้งผู้สอบสวนอาจเกิดความเกรงใจที่จะมาจี้จุดซักถามสอบสวนหาความกระจ่างในข้อกล่าวหา ซึ่งอาจสร้างความบาดหมางใจกันในภายหลัง จึงเลี่ยงการจี้จุดสอบสวน อาจสอบถามเพียงแค่ว่าท่านประสงค์ให้ถ้อยคำอื่นใดเพื่อประกอบการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งเมื่อใดที่ท่านตอบแบบสบายๆว่า "ไม่มี" ก็สบายจริงๆครับสบายทุกฝ่ายทั้งท่านที่ไม่ต้องมานั่งคิดแก้ข้อกล่าวหา ทั้งผู้สอบสวนที่จะได้ปิดจ๊อบซะที เพราะการไม่โต้แย้งในข้อกล่าวหาใด ในการพิจารณาก็ต้องรับฟังตามข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานที่สนันสนุนข้อกล่าวหานั้นโดยปริยาย 
  3. ต้องเขียนโดยมีพยานหลักฐานที่สนับสนุนการแก้ข้อกล่าวหาทุกประเด็น เมื่อผู้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้กำหนดประเด็นที่จะโต้แย้งข้อกล่าวหาแล้ว ท่านจะต้องลงมือเก็บรายละเอียดทั้งข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้ตรงประเด็นที่ท่านจะโต้แย้ง เพื่อให้มีพยานหลักฐานสนับสนุนข้อเถียงของฝ่ายตน เพราะการทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแม้จะโต้แย้งได้ตรงประเด็นก็ตาม แต่หากไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว คำชี้แจงโต้แย้งนั้นก็อาจเป็นเพียงข้อเถียงที่เลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง หรือบางกรณีอาจรับฟังได้แต่ก็มีน้ำหนักน้อยกว่าพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาซึ่งก็อาจเป็นได้

Tips: การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานั้น ผู้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาจะต้องมีการกำหนดประเด็นข้อโต้แย้ง(ข้อเถียง)ของฝ่ายตนไว้ก่อน จากนั้นจึงค่อบสืบเสาะหาพยานหลักฐานมาใช้ใน"การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"ของฝ่ายตน ซึ่งหากจะเปรียบเทียบเรื่องการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับการทำอาหารแล้ว ประเด็นข้อโต้แย้ง(ข้อเถียง)คือชื่ออาหาร ในที่นี้สมมุติให้เป็นต้มยำกุ้ง ส่วนพยานหลักฐานคือ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดและเครื่องปรุงรสต่างๆ ซึ่งต้มยำกุ้งของผู้สอบสวนก็มีพยานหลักฐานประเภทข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดเช่นเดียวกัน ปัญหาความอร่อยจึงอยู่ที่การเลือกวัตถุดิบและเครื่องปรุงรส ใส่เยอะก็อร่อย ใส่น้อยก็จืดจาง ซึ่งในเรื่องของพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาหรือสนับสนุนการแก้ข้อกล่าวหาก็เช่นเดียวกัน หากมีพยานหลักฐานมากก็มีน้ำหนักรับฟังได้มาก หากมีพยานหลักฐานน้อยก็มีน้ำหนักรับฟังได้น้อย ไม่สามารถเชื่อมโยงความผิดหรือนำมารับฟังได้อย่างมั่นคงว่าเป็นผู้กระทำความผิด ดังนั้น สิ่งสำคัญพื้นฐานของการเขียน"ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา"คือการหาพยานหลักฐานมาสนับสนุน"การแก้ข้อกล่าวหา"ครับ.   

 

13 กุมภาพันธ์ 2018

ผู้ชม 184 ครั้ง

Engine by